ปูทะเล
ปูทะเลเป็นสัตว์ทะเลซึ่งเป็นที่นิยมบริโภคทั้งชาวไทยและต่างประเทศ
ปัจจุบันผลผลิตที่ได้ไม่ค่อยเพียงพอต่อความต้องการ
เกษตรกรชายฝั่งทะเลนิยมนำปูโพรกมาเลี้ยงขุนเป็นปูเนื้อและปูไข่
การจำแนกชนิดและลักษณะโครงสร้าง
ปูทะเลมีส่วนประกอบ
ของโครงสร้าง คือ มีส่วนหัวกับอกรวมกัน
ส่วนนี้จะมีกระดองห่อหุ้มไว้ ลักษณะภายนอกที่เห็นได้ชัดเจนคือ
ลำตัวของปูเป็นแผ่นบางๆ เรียกว่า "จับปิ้ง" พับอยู่ใต้กระดอง
จับปิ้งเป็นอวัยวะที่ใช้เป็นที่อุ้มพยุงไข่ของแม่ปู
นอกจากนี้ยังเป็นอวัยวะที่ใช้แยกเพศ คือ
ในเพศเมียจับปิ้งจะมีลักษณะกว้างปลายมนกลมกว่าของเพศผู้ ซึ่งมีรูปเรียวและแคบ
กระดองของปูทะเลมีลักษณะเป็นรูปไข่มีส่วน ยาวแคบกว่าส่วนกว้างของกระดองด้านหน้าระหว่างตามีหนามแหลม
6 อัน เรียงกันและมีหนามเรียงจากตาไปทางด้าน ซ้าย-ขวาของกระดอง ด้านละ 9
อัน ตาของปูทะเลเป็นตารวม ประกอบด้วยตาเล็กๆ จำนวนมาก
มีความรู้สึกไวต่อสิ่งเคลื่อนไหวอยู่รอบตัว
และยังมีก้านตาช่วยในการชูลูกตาออกมาภายนอกเข้า และหดกลับเข้าไปได้
ปูทะเลมีขา 5 คู่ ขาคู่แรกอยู่หน้าสุดมีขนาดใหญ่มาก เรียกว่า "ก้ามปู"
ปลายก้ามปูแยกออกเป็น 2 ง่ามมีลักษณะคล้ายคีมใช้จับเหยื่อกินและป้องกันตัว
ปลายสุดของขาคู่ที่ 2-4 มี
ลักษณะแหลมเรียกว่า "ขาดิน"
ทำหน้าที่ในการเดินเคลื่อนที่ ส่วนขาคู่ที่ 5 เป็นคู่สุดท้ายเรียกว่า
"ขาว่ายน้ำ"ตอนปลายสุดของ
ขาคู่นี้มีลักษณะแบนคล้ายใบพาย
แหล่งที่อยู่อาศัยและการแพร่กระจายของปูทะเล
ปูทะเลพบกระจายอยู่ทั่วไปในแหล่งน้ำกร่อย
ป่าชายเลน และปากแม่น้ำที่มีน้ำทะเลท่วมถึง
โดยขุดรูอยู่ตามใต้รากไม้หรือเนินดิน
บริเวณชายฝั่งทะเลทั้งอ่าวไทยและอันดามันโดยเฉพาะมีชุกชุมในบริเวณที่เป็นหาดโคลนหรือเลนที่มีป่าแสม
และโกงกาง
วงจรชีวิตของปูทะเล
ปูทะเลเป็นสัตว์น้ำกร่อยที่มีการอพยพย้ายถิ่น
เพื่อการแพร่พันธุ์โดยปูเพศเมียจะอพยพจากแหล่งหากินในบริเวณเขตน้ำกร่อยออก
ไปวางไข่ในทะเล
ลูกปูวัยอ่อนมีอยู่ 2 ระยะคือ ระยะ Zoea 1-5 และ Megalopa 1 ระยะ ในระยะ Zoea
เป็นระยะที่ระยางค์ว่ายน้ำ
ยังไม่อยู่ในสภาพที่จะใช้งานได้
จึงล่องลอยหากินไปตามกระแสน้ำเมื่อเข้าระยะ Megalopa
จะมีการว่ายน้ำสลับกับการหยุดเกาะ
อยู่กับที่เป็นครั้งคราว
เมื่อลูกปูลอกคราบจากระยะ Megalopa เป็นปูที่มีลักษณะเหมือนพ่อแม่
ปูเพศเมียที่สมบูรณ์เพศและผ่านการจับ
คู่ผสมแล้วจะอพยพออกไปวางไข่
อาหารและลักษณะการกินอาหาร
สำหรับอาหารที่ตรวจพบในกระเพาะอาหารของปูทะเลได้แก่
หอยฝาเดียว หอยสองฝา กุ้ง ปู ปลา และเศษพืช
ปกติแล้วปูทะเลจะ
ไม่กินอาหารที่มีการเคลื่อนที่หรือสามารถหลบหลีกได้ดี
เช่น ปลาและกุ้งเมื่อปูทะเลกินอาหารพบว่า
อวัยวะสำคัญที่ใช้ในการดักจับเหยื่อ
และตรวจสอบวัสดุต่างๆว่าเป็นอาหารหรือไม่ คือ
ส่วนปลายของขาเดินอาหารจะถูกส่งเข้าไปในปากผ่านไปถึงกระเพาะ
แล้วออกสู่ลำไส้ใหญ่
ซึ่งทอดผ่านจับปิ้ง
กากอาหารจะถูกถ่ายออกมาทางปล้องปลายสุดของจับปิ้ง
การเลือกแหล่งหากินของปูทะเล
ปูทะเลแต่ละวัยหากินในบริเวณที่แตกต่างกัน
คือ ปู วัยอ่อน (Juvenile ขนาด 20-99 มิลลิเมตร)
หากินในบริเวณป่าชายเลนและอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ขณะที่น้ำทะเลได้ลดลงแล้ว
ปูวัยรุ่น(Subadult ขนาด 100-149
มิลลิเมตร)เป็นพวกตามการขึ้นของน้ำเข้ามาหากินในบริเวณป่าเลนและกลับลงสู่ทะเลไปพร้อมๆกับน้ำทะเล
ปูโตเต็มวัย(Adult ขนาดตั้งแต่ 150 มิลลิเมตรขึ้นไป)
มีการแพร่กระจายเข้ามาหากินพร้อมกับระดับน้ำที่สูงขึ้น
ส่วนใหญ่อยู่ในระดับลึกกว่าแนวน้ำลงต่ำสุด
การเจริญเติบโต
ปูทะเลเจริญเติบโตโดยอาศัยการลอกคราบระยะเวลาตั้งแต่ลอกคราบหลบซ่อนตัวจนกระทั่งกระดองใหม่แข็งแรงสมบูรณ์เต็มที่แล้ว
สามารถออกมาจากที่ซ่อนได้กินเวลาประมาณ 7 วัน
ปูทะเลในเขตร้อนจะใช้ระยะเวลาในการเจริญเติบโตจนถึงขั้นสมบูรณ์เพศ
ประมาณ
1.5 ปี
ฤดูกาลผสมพันธุ์และวางไข่
ฤดูกาลวางไข่ผสมพันธุ์ของปูทะเลอยู่ในช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม
และแม่ปูจะมีไข่ในระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคม
ปูทะเลสามารถวางไข่ได้ตลอดทั้งปี
โดยจะวางไข่ชุกชุมในระหว่างเดือนสิงหาคม-ธันวาคมไข่ของปูทะเลจะมีสีส้มแดง เมื่อไข่แก่ขึ้นจะเป็นสีน้ำตาลเกือบดำ
ซึ่งจะถูกปล่อยออกมานอกกระดองบริเวณใต้จับปิ้ง
การเลี้ยงปูทะเลมี 2 วิธี
1.
เลี้ยงโดยวิธีขุน
- นำปูที่มีขนาดตั้งแต่ 1-4 ตัว/กก.
ขณะที่ยังเป็นปูโพรกและปูเพศเมียที่มีไข่อ่อนมาขุนเลี้ยง 20-30
วัน
การเลือกทำเล
1. อยู่ใกล้แหล่งน้ำกร่อย
(ความเค็ม 10-30 ppt.)
2.
เป็นบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากการขึ้น-ลงของน้ำทะเลโดยที่น้ำไม่ท่วมบ่อขณะเมื่อน้ำทะเลมีระดับสูงสุดและสามารถ
ระบายน้ำได้แห้ง
เมื่อน้ำลงต่ำสุด
3. มีระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ
และการคมนาคมสะดวก
4. สภาพดินเป็นดินเหนียวหรือดินเหนียวปนทราย
5.
เป็นแหล่งที่สามารถจัดหาพันธุ์ปูทะเลได้สะดวก
6.
เป็นบริเวณที่ปลอดภัยจากมิจฉาชีพและมลภาวะ
การสร้างบ่อ
1. ควรมีพื้นที่ประมาณ 200-600
ตารางเมตร
2. ขุดช่องรอบบ่อลึกประมาณ 80 เซนติเมตร กว้าง 1 เมตร
ความลึกของบ่อ 1.5-1.8 เมตร
3. ประตูน้ำมีประตูเดียว
(ทำเหมือนประตูนากุ้ง) หรือฝังท่อเอสลอนเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 นิ้ว
ท่อเดียวโดยใช้ฝาเปิดปิดก็ได้
ยังใช้เป็นทางระบายน้ำเข้า-ออกทางเดียวกัน
4.
บริเวณคันบ่อและประตูน้ำใช้ไม้ไผ่ผ่าซีก
อวนมุ้งเขียวหรือแผ่นกระเบื้องปักกั้นโดยรอบ เพื่อป้องกันการหลบหนีของปู
โดยสูงจากขอบบ่อและประตู 0.5 เมตร
5.
ใช้ตะแกรงไม้ไผ่ขนาดกว้างของซีกไม้ 1-1.5 นิ้ว ห่างกันไม่เกินซี่ละ 1
เซนติเมตร กั้นตรงประตูระบายน้ำ
การเตรียมบ่อและการจัดการบ่อ
1.
ถ้าเป็นบ่อใหม่ควรทำความสะอาดบริเวณรอบบ่อ กำจัดวัชพืช ลอกเลนก้นบ่อ
ถมรอยรั่วตามคันบ่อ โรยปูนขาว 60 กก./ไร่
2. กักเก็บน้ำในบ่อลึกประมาณ 1
เมตร
3. ถ่ายเปลี่ยนน้ำทุกวัน
การรวบรวมพันธุ์
ซื้อปูทะเลมาจากชาวประมงขนาด
1-4 ตัว/กก. และปูไข่อ่อนขนาด 1-3 ตัว/กก.
ควรเป็นปูที่มีระยางค์สมบูรณ์อย่างน้อยมีก้าม
1 ก้าม
การปล่อยและการจัดการด้านอาหาร
การปล่อยปูลงขุนในบ่อ
ปล่อยปูความหนาแน่น 2-3 ตัว/ตรม. ก่อนที่จะปล่อยปูลงในบ่อเลี้ยง
จะใช้น้ำในบ่อรดตัวปูให้ชุ่ม จากนั้นตัดเชือกมัดปูออกปล่อยให้ปูคลานในบ่อ
ขณะเลี้ยงมีการดูแลและเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกวัน ระดับน้ำในบ่อมีความลึก 1
เมตร
การให้อาหาร
ให้อาหารสดวันละครั้งในตอนเย็นหรือหลังกักเก็บน้ำเต็มบ่อโดยลาดให้ทั่วบ่อหรือสาดใส่ในถาดอาหารที่วางไว้รอบบ่อ
อาหารที่นิยมเลี้ยงมี 2 ชนิด คือ ปลา เป็ด และหอยกะพง
- ปลาเป็ด
นำมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ ประมาณ 1-2 นิ้ว อัตราการให้ประมาณ 7-10%
ของน้ำหนักปู
- หอยกะพง ให้ประมาณ 40% ของน้ำหนักปู
การเก็บเกี่ยวผลผลิต
1.
การตักปูเล่นน้ำ วันที่จับปูทะเลเป็นวันที่ระดับน้ำทะเลขึ้นลงสูง
2.
การจับน้ำแห้งหรือคราดปู
3. การเกี่ยวปูในรู
2 การเลี้ยงโดยวิธีอนุบาลลูกปู
นำปูที่มีขนาด
6-10 ตัว/กก. มาเลี้ยงในระยะเวลาตั้งแต่ 1
เดือนขึ้นไปจนได้ปูขนาดใหญ่
ปัญหาและอุปสรรคในการเลี้ยงปูทะเล
1.
ขาดแคลนพันธุ์ปูในบางฤดูกาล
2. การขโมย
3.
การตลาดซึ่งถูกกำหนดราคาขาย-ซื้อ
โดยแพสัตว์น้ำทำให้ในช่วงที่มีปูมากราคาปูจะตกจนผู้เลี้ยงประสบการขาดทุน
4.
ศัตรูทั้งในกรณีการกินกันเอง หรือทำร้ายกันเองของปูและพยาธิ